Tag: แพคเกจทัวร์เวียดนาม 2020

4 สถานที่ ที่น่าเดินทางท่องเที่ยว ไปเมืองแก้ว ในเวียดนาม!

เวียดนามก็นับว่าเป็นประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน ทัวร์เวียดนาม ซึ่งมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอยู่จำนวนมาก การเที่ยวที่เวียดนามนั้นเหมาะสมกับผู้ที่ถูกใจธรรมชาติและก็ปรารถนามาพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ก็เลยต้องการจะเสนอแนะเมืองแก้วซึ่งเป็นเมืองที่ถูกทำขึ้นในช่วงปลายสมัย 1890 เมืองแก้วนี้มีความสวยรวมทั้งอบอวลไปด้วยกลิ่นแบบตะวันตก รวมทั้งนับว่าเป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งที่นักเดินทางทั้งโลกต้องการจะมา พวกเรามาดูกันดีกว่าว่ามีตรงไหนที่น่าท่องเที่ยวบ้างในเมืองที่นี้ 1. วังหน้าร้อนเบ๋าได่ Bao Dai’s Summer Palace ราชวังของจักรพัตราธิราชเบ๋าได่ซึ่งเป็นที่ประทับของจักรพัตราธิราชองค์ในที่สุดของเวียดนาม ซึ่งวังที่นี้ได้ก่อสร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2476 ราชสำนักที่นี้ได้ผ่านการบูรณะมาแล้วหลายต่อบ่อย แม้กระนั้นด้านในตึกก็ยังคงมีสิ่งของเครื่องใช้ที่ทิ้งเอาไว้อยู่ในภาวะเหมือนเดิม ในนั้นก็จะมีบัลลังก์จักรพัตราธิราช ห้องทรงงาน ห้องบรรทม ร้านอาหาร แล้วก็ห้องเช่าของพระมเหสี ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้ถูกเปิดให้นักเดินทางและก็ประชากรเข้ามาเยี่ยมชมได้ แม้กระนั้นจำต้องขอบอกก่อนไว้ว่าข้างในราชสำนักนั้นเขาจะไม่อนุญาตให้บันทึกภาพโดยเด็ดขาด 2. เครซี่เฮ้าส์ Crazy House เมื่อมาตรงนี้แล้วสิ่งที่คุณไม่สมควรจะไปอย่างใหญ่โตเยลก็คือ เครซี่เฮ้าส์ ตรงนี้เลื่องลือมากมายก่ายกองด้วยเพราะเหตุว่าคอนเซ็ปต์ที่แปลก ซึ่งตัวตึกก็ถูกดีไซน์มาให้เป็นดังบ้านต้นไม้ ผู้ที่วางแบบเป็นนักออกแบบ Dang Viet Nga โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2533 ในนั้นจะมีห้องเล็กมากยิ่งกว่า 10 ห้อง ในแต่ละห้องนั้นก็จะมีธีมการตกแต่งที่ไม่เหมือนกันออกไป บอกเลยว่าที่ที่นี้เต็มไปด้วยสิ่งที่พิลึกประหลาดจำนวนมาก ซึ่งคุณน่าจะจำต้องมาท่องเที่ยวให้ได้จริง 3. สวนดอกไม้เมืองหนาว Dalat Flower Gardens คุณทราบหรือไม่ค่ะว่าแก้วนั้นได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นเมืองที่ดอกไม้ เพราะว่าตรงนี้มีชีวิตชีวาของดอกไม้ที่สวยนานัปการสายพันธุ์ ซึ่งในเมืองนั้นก็จะมีเทศกาลดอกไม้รายปีที่ขึ้นชื่อลือนามเอามากๆคุณมาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จะได้เจอกับดอกไม้นานัปการสายพันธุ์นานาจำพวกไม่ว่าจะเป็น

ทราบนิดหน่อย ก่อนจะท่องเที่ยวเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม สิ่งที่คนน่าจะทราบก่อนจะไปท่องเที่ยวเวียดนาม หรือก่อนที่จะจองตั๋วไปกับทัวร์เวียดนาม เรื่องจะเอามาในวันนี้เกิดเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรจำเป็นต้องทราบรวมทั้งรู้เรื่องก่อนจะไปเวียดนาม โน่นก็เพื่อเป็นการเซฟตัวคุณเองไว้ก่อนในระดับหนึ่งนั่นเอง 1. ยาประจำตัวหากคุณมีโรคประจำตัวคุณก็น่าจะจัดเตรียมยาไปให้พอเพียง 2. คุณสามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าเวียดนามได้ไม่เกิน 7000 ดอลลาร์สหรัฐเพียงแค่นั้น 3. ที่เวียดนามเอายาสูบเข้าไปได้ไม่เกิน 200 มวลรวมทั้งแอลกอฮอล์ไม่สมควรเกิน 2 เมตร 4. ตรงนี้มีข้อบังคับห้ามนำเข้าหนังสือที่มีเนื้อความต้านทานรัฐบาล สื่อลามกอนาจาร อาวุธปืน และก็รวมทั้งห้ามนำวัตถุโบราณออกมาจากเวียดนามไม่ว่าจะเป็นไม้ทรงไม้สักรวมทั้งไม้แปรรูปทั้งหลายแหล่ แล้วก็พืชพันธุ์ไม้ที่มีค่าและก็หายากก็ห้าม 5. ห้ามเอาอาวุธ วัตถุระเบิด เครื่องใช้ไม้สอยการทหาร ยาเสพติเตียน ดสารเคมี พลุ ดอกไม้เพลิง วีดีโอเทป หรือสิ่งที่จะทำให้เสียหายคุณธรรมรวมทั้งเป็นภัยต่อการบ้านการเมืองความมั่นคงยั่งยืนของประเทศ ห้ามเอาเข้ามาเด็ดขาด 6. เป็นได้ให้เลี่ยงการขึ้นรถรถสามล้อในค่ำคืน การขี่แท็กซี่จะไม่เป็นอันตรายกว่าถึงแม้บางเวลาผู้ขับแท็กซี่จะพานักท่องเที่ยวรอบนอกทาง โน่นก็เพราะว่าเพื่อค่ามิเตอร์สูงมากขึ้น 7. เวลาข้ามถนนควรระแวดระวังให้มากมาย มองดูซ้ายมองดูขวาให้ดีก่อนจะผ่าน 8. ตรงนี้เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปตึกหรือที่ทำงานต่างๆของเมือง 9. การนำวัตถุโบราณออกมาจากเวียดนามเกิดเรื่องที่เกี่ยวกับข้อบังคับ แม้กระนั้นถ้ามีหนังสืออนุญาตจากกระทรวงวัฒนธรรมของเวียดนามก็ถือได้ว่าเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นวัตถุโบราณหรือเอาอย่าง ควรจะขอใบรับเงินจากร้านรวงกับใบสุทธิการส่งสินค้าออกมาด้วย มิฉะนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีโทษปรับและก็ถูกยึดผลิตภัณฑ์ 10. ให้นำเครื่องคิดเลขประจำตัวไปด้วยทุกหน ซึ่งก็คือเมื่อตอนที่พวกเราจะจับจ่ายซื้อของพวกเราก็สามารถกดให้แม่ค้ามองได้ไพเราะเพราะพริ้งแม่ค้าส่วนมากตรงนี้จะบอกอังกฤษมิได้เลย แม้กระนั้นในยุคนี้มีโทรศัพท์ก็มีเครื่องคิดเลขอยู่และจากนั้นก็ไม่จำเป็นที่ต้องพกกัน 11.

เรื่องคุณควรจะทราบก่อนที่จะท่องเที่ยวเวียดนาม

ใครกันแน่กำลังจะออกเดินทางไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือกำลังจอง ทัวร์เวียดนาม อยู่มาฟังกันทางนี้ก่อน วันนี้พวกเราจะมาพาคุณที่เข้าใจของประเทศเวียดนามก่อนที่จะคุณจะท่องเที่ยวตรงนั้น ถ้าอย่างนั้นก็เพื่อจะได้ท่องเที่ยวกันแบบบันเทิงใจ การันตีเลยว่าข้อมูลที่พวกเรากำลังจะให้ท่านนี้จะมีประโยชน์แก่คุณแน่ๆ เวียดนาม ปริมาณราษฎร : 90.5 ล้านคน เชื้อชาติ : ชาวเวียดนามถูกแบ่งได้ชนหมู่น้อย รวมแล้วราวๆ 53 ชาติร่วมกัน สกุลเงินของเวียดนาม : vietnamese dong (VND) เมืองหลวง : ฮานอย ภาษาที่ใช้ : ภาษาเวียดนาม โซนเวลา : UTC+7 นี่เป็นข้อมูลรากฐานที่คุณควรทราบแล้วก็เป็นข้อมูลทั่วไปของประเทศเวียดนาม ห้องอาหารที่ชี้แนะ 1. PHO เป็นร้านค้าสุกี้ที่อร่อยที่สุดจะมีรสชาติคล้ายกับสุกี้บ้านพวกเราเลย มีน้ำซุปรวมทั้งของเคียงก็จัดจ้าสินดวงใจ บอกเลยว่าคนไหนกันแน่ถูกใจของกินรสจัดแบบดุเด็ดเผ็ดร้อนก็เสนอแนะร้านค้านี้เลย 2. MANH MI ร้านค้าแซนวิชที่อร่อยมากๆแล้วก็ขึ้นชื่อลือนามในเรื่องของขนมปังที่มีเนื้อนุ่ม ของกินร้านค้านี้จะมีผลให้คุณรู้สึกอิ่มท้องอร่อยถูกอกถูกใจรวมทั้งราคาย่อมเยากระเป๋าแน่ๆ 3. BANH KHOT ร้านค้านี้บอกเลยว่าคุณห้ามพลาดเด็ดขาด เนื่องจากว่ามีทั้งยังรายการอาหารอร่อยมากมาย มีไฮไลท์พิเศษอย่างแพนขนมเค้กที่ผสมด้วยเนื้อกุ้งแล้วก็ต้นหอม หากคุณต้องการรู้ว่าแพนขนมเค้กกับกุ้งบวกกับต้นหอมจะมีรสชาติออกมาแบบไหน คุณจำต้องมากินร้านนี้มองเลยจ้ะ สภาพภูมิอากาศ ในตอนเดือน พ.ค.-ต.ค., พ.ย.-ม.ย.

ดานัง ท่องเที่ยวเวียดนามบรรยากาศสไตล์ยุโรป

ผู้ใดกันแน่ที่กำลังคิดที่ต้องการจะไปท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม หรือกำลังหาตั๋วจองไปกับทัวร์เวียดนามละก็ ขอเสนอแนะดานังที่เป็นเมืองสำคัญของเวียดนามกึ่งกลาง มีสมุทรแล้วก็ชายหาดที่งามติดอันดับโลก การันตีว่าแม้คุณได้มาท่องเที่ยวดานังสักหนึ่งครั้งคุณจะพึงใจแน่ๆ วันนี้พวกเราก็เลยได้เลือกเฟ้นถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดที่ดานัง มีที่ใดบ้างมาดูกัน 1. สะพานลอยฟ้าโกลเด้น เป็นที่เที่ยวที่มีเอกลักษณ์ที่ผิดตาหรือเรียกว่าไม่ซ้ำใครในโลกเลยก็ว่าได้ ขอตรวจสะพานนั้นมีสีเหลืองทองคำพร้อมทั้งรูปปั้นมือยักษ์ที่ชูสะพานเอาไว้ เป็นสถาปัตยกรรมที่ถูกผลิตขึ้นขอบผาบนยอดดอยสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร จะต้องบอกเลยว่าสะพานที่นี้เป็นสะพานลอยฟ้าขอบหน้าผาที่งามที่สุด เนื่องจากว่าสามารถแลเห็นทิวทัศน์มองเห็นได้ 360 องศา ถ้าหากผู้ใดกันแน่มาตุนังและจากนั้นก็ไม่สมควรจะพลาดมาที่สะพานที่นี้ รับประกันว่างามและก็ตระการตาเวอร์วังมากมายๆ 2. บานาฮิลส์ ตรงนี้เป็นทั้งยังสวนสนุก สวนดอกไม้ ห้องอาหาร และก็เป็นโรงแรมสุดหรูในสไตล์หมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส ตรงนี้มีสิ่งที่น่าดึงดูดให้ทำเยอะแยะไม่ว่าจะเป็นการเดินดูหมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส เดินดูดอกไม้หลายสีสัน ไปเล่นเครื่องเล่นของสวนสนุกที่อยู่บนยอดดอย เข้าชมพิพิธภัณฑสถานหุ่นขี้ผึ้ง ขอพรที่วัดนิกายเซนแล้วก็วัดสไตล์จีน 9 ชั้น และก็นั่งจิบชาจากร้านค้าชาที่มีทิวทัศน์ที่งามที่สุดในโลก 3. สะพานมังกร เป็นสะพานที่สวยสดงดงามและก็มีเอกลักษณ์เอามากๆมองดูแต่ไกลก็ทราบแล้วว่าเป็นสะพานมังกร แถมมังกรนี้ก็ไม่ใช่มังกรปกติเนื่องจากเป็นมังกรซึ่งสามารถพ่นน้ำได้ แล้วก็พ่นไฟได้ในช่วงเวลาค่ำในตอนของวันเสาร์แล้วก็วันอาทิตย์ด้วย สะพานนี้นับได้ว่าเป็นเครื่องหมายของการบรรลุเป้าหมายของเวียดนามบอกถึงการปฏิสังขรณ์เศรษฐกิจของประเทศ เป็นสะพานที่เชื่อมต่อสองฟากระหว่างฝั่งแม่น้ำฮันที่มีความกว้างเสมอกันถนนหนทาง 6 เลนนั่นเอง 4. วัดหลินอึ๋ง เป็นรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมสีขาวที่มีขนาดความสูงกว่า 67 เมตร เป็นสถานที่ที่งามที่สุดในดานังเลยก็ว่าได้ พุทธรูปที่นี้ตั้งอยู่ในวัดหลินอึ๋งบประมาณนเกาะเซินตร่าตอนเหนือของดานัง ตรงนี้สามารถแลเห็นทิวทัศน์สมุทรและก็ทิวทัศน์เทือกเขาได้ในครั้งเดียวกัน ศาลเจ้าแม่กวนอิมตรงนี้ยังขึ้นชื่อลือชาในประเด็นการขอพรที่เกี่ยวกับสุขภาพแนวทางการทำมาค้าขายรวมทั้งการของลูกด้วย ใครกันแน่ที่มาถึงที่นี่จะต้องอย่าลืมมาแวะขอพรกัน 5.

6 สิ่งที่จำต้องทราบ เมื่อไปเวียดนาม ควรจะเตรียมพร้อมอย่างไรดี?

คนไหนที่กำลังต้องการจะไปท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม อยู่ วันนี้พวกเราจะมาให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการจัดแจงเพื่อท่องเที่ยวเวียดนาม ถึงแม้ประเทศเวียดนามนั้นจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านของพวกเรา ที่ดูแล้วสภาพภูมิอากาศหรือสิ่งแวดล้อมก็คงจะไม่มีความต่างกันมากเท่าไรนัก แต่ว่าเชื่อเถอะจ้ะ ว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าเกิดขึ้นชื่อว่าต่างแดนก็ต้องมีสิ่งที่ต่างจากบ้านพวกเราอย่างแน่แท้ มาดูกันเลยว่าการเตรียมความพร้อมเพื่อจะท่องเที่ยวเวียดนามนั้น ควรจะเตรียมอย่างไร มีอะไรบ้าง ตามกันมาเลยจ้ะ!! 1. สภาพภูมิอากาศที่ผิดแผกแตกต่าง ก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวนั้นเรื่องแรกที่คุณจำเป็นจะต้องศึกษาเล่าเรียนเลยก็คือ สภาพภูมิอากาศของประเทศเวียดนาม บอกนะว่าอากาศตรงนั้นออกจะสักครู่ร้อนประเดี๋ยวหนาว ซึ่งอากาศก็จะอยู่ที่ภูมิภาคของเวียดนามเพราะว่าภาคไหนของเวียดนามมีอากาศอย่างไร ด้วยเหตุว่าหากไม่เล่าเรียนให้ดีคุณก็บางทีก็อาจจะท่องเที่ยวแบบฝนตกตลอดทั้งวัน จนถึงมิได้ท่องเที่ยวไหนเลยก็ได้ 2. เงินๆทองคำๆ เงินของเวียดนามนั้นจะใช้หน่วยเงินที่เรียกว่า เวียดนามดอง(VND) ซึ่งการแลกเงินบาทไทยให้เป็นเงินดองเวียดนามนั้น โดยมากจะแลกเปลี่ยนที่ร้านค้ารับแลกเงินในไทยเนื่องจากมันจะสบายและก็รวดเร็วทันใจกว่า แต่ว่าถ้าเกิดคุณอยากได้อัตราแลกเปลี่ยนที่มากไม่น้อยเลยทีเดียวกว่านั้น เสนอแนะให้แลกเงินบาทไทยให้เป็นเงินดอลลาร์แล้วแล้วต่อจากนั้นนำเงินดอลลาร์ไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินดองที่ท่าอากาศยานโหน่ยบ่าย เพื่อได้เรทที่ดียิ่งกว่าเมื่อเทียบกับการแลกในไทยนั่นเอง 3. บ้านพัก ถ้าหากว่าคุณไปท่องเที่ยวกับทัวร์ละก็ หัวข้อนี้คงจะมิได้จำเป็นต้องคิดอะไรมากมายเนื่องจากว่าทัวร์เค้าจะหาให้อยู่แล้ว แต่ว่าหากว่าคุณท่องเที่ยวด้วยตัวเองเพียงผู้เดียวหรือกับเพื่อนพ้องๆคุณก็จำเป็นที่จะต้องหาบ้านพักเองซึ่งสำหรับในการจองนั้นคุณก็จำเป็นต้องทราบก่อนว่าตนเองจะท่องเที่ยวไหน และจากนั้นก็กระทำจองหอพักไว้ก่อนที่จะได้มีการเดินทางไปท่องเที่ยว ซึ่งจำเป็นต้องหาห้องเช่าที่มีความน่าไว้วางใจรวมทั้งคนโดยส่วนใหญ่นิยมกันไป เพื่อได้ไม่ผิดหวังสำหรับการจอง 4. รับรองการเดินทาง อันนี้สำคัญอย่างยิ่งเลย ชี้แนะเลยจ้ะใครกันแน่ที่จะท่องเที่ยวต่างถิ่นจำเป็นที่จะต้องทำรับรองการเดินทางเอาไว้ โน่นก็เพื่อเกิดเหตุคาดไม่ถึงอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการล้มป่วยต่างๆก็จะได้มีรับรองการเดิรปากทางเข้ามาช่วยโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเสียทองอีกด้วย แต่ว่าถ้าหากว่ามิได้ทำไว้ก็ต้องเสียตังค์ในความเป็นจริงในต่างชาติ ซึ้งบางครั้งก็อาจจะยุ่งยากในหลายๆเรื่อง รับรองการเดินทางก็เลยสำคัญมากจริงๆ 5. เสื้อผ้าของใช้ในชีวิตประจำวัน คุณจำเป็นต้องจัดแจงเสื้อผ้าให้กับสภาพภูมิอากาศที่โน้น แต่ว่าในเวียดนามนั้นลักษณะอากาศออกจะเดียวร้อนเดียวหนาว ชี้แนะว่าให้จัดแจงหลายๆแบบไปดีมากกว่า แล้วคนใดที่มีโรคประจำตัวก็อย่าลืมพกยาไปด้วยนะคะ 6. เอกสารต่างๆ การเข้าออกต่างชาติก็ควรจะมีเอกสารต่างๆเพื่อจะได้เข้าเมืองได้อย่างแม่นยำ

ท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านเวียดนาม ไม่มามิได้แล้ว!

ทัวร์เวียดนาม มาท่องเที่ยวเวียดนามหรือมาคิดแผนท่องเที่ยวกับทัวร์เวียดนาม เวียดนามถือได้ว่าประเทศเพื่อนบ้านกับไทยมานาน เวียดนามมีสถานที่เที่ยวมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่ธรรมชาติและก็งาม แล้วยังมีสถานที่เที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายที่ด้วย แถมยังเดินทางสบายเนื่องจากอยู่ใกล้ๆไทยพวกเราเองอีกด้วย วันนี้พวกเราก็เลยต้องการมาชี้แนะสถานที่เที่ยวของเวียดนามกัน ว่ามีไหนน่าท่องเที่ยวน่าดึงดูดกันบ้าง สถานที่น่าท่องเที่ยวในเวียดนาม 1. อุโมงค์กู๋จี อุโมงค์นี้เป็นอุโมงค์ตั้งแต่ยุคการศึกเวียดนามที่ใช้เป็นที่ลี้ภัยจากระเบิด รวมทั้งเป็นห้องประชุมกองกำลังเวียงกงในยุคที่รบกับสหรัฐฯ ในอุโมงค์นี้ถูกทำขึ้นให้มีชั้นซึ่งในแต่ละชั้นนั้นจะมีระบบระเบียบกรองอากาศที่ดี โน่นก็เพื่อจำเป็นต้องทำให้ทหารอยู่รอดในนี้ให้ได้ ซึ่งด้านในอุโมงค์นี้จะมีมากมายห้องไม่ว่าจะเป็น ห้องโรงหมอ ห้องที่ใช้สำหรับการประชุม รวมทั้งห้องนอน ชี้แนะว่าหากจะมาท่องเที่ยวเมืองนี้ให้ทดลองไปดูหนังสั้นที่มีเรื่องมีราวราวเกี่ยวกับการศึกเวียดนามก่อน โน่นก็เพื่อจะได้รู้เรื่องภูมิหลังอุโมงค์นี้เพิ่มมากขึ้น 2. ราชสำนักทังทดลอง พระราชสำนักที่นี้สร้างด้วยหินทั้งผอง เป็นทรัพย์สมบัติของราชวงค์ Ho แล้วก็ถูกทำขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1379 แต่ว่าในขณะนี้เหลือแค่องค์ประกอบให้มองเห็นแค่นั้น แถมที่นี้ยังได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม โน่นก็เพราะเหตุว่าราชวังที่นี้เป็นที่เดียวในเอเซียอาคเนย์ที่ยังคงคงเหลือ แถมราชวังหินยังมีภูมิหลังทางประวัติศาตร์อย่างช้านาน 3. เมืองเก่าฮอยอัน เมืองเก่าฮอยอันเป็นเมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทรจีนใต้ ตรงนี้ประชาชนยังคงมีวิถีชีวิตแบบเริ่มแรก มีพิพิธภัฌฑ์อยู่หลายแห่งที่ได้จัดถึงที่ไปที่มาของประวัติศาสตร์แล้วก็วัฒนธรรม นี่นี้ยังมีตึกที่สะท้อนให้มองเห็นถึงสถาปัตยกรรมทั้งยังตะวันตกและก็ทิศตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น บ้านแบบจีน สะพานในลักษณะของญี่ปุ่น แต่ว่าในช่วงดึกข้างหลังสี่ทุ่มขึ้นไปที่นี้จะค่อยข้างเงียบ แม้กระนั้นก็ยังมีร้านค้าเครื่องดื่มเปิดให้บริการอยู่นิกหน่อย ที่สำคัญผู้ที่นี้ใจดี อัธยาศัยดี รวมทั้งมีความเป็นเพื่อนเอามากๆ 4. อ่าวฮาทดลอง เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ยังมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก จนถึงยูเนสโก้จำต้องชูให้เป็นมรดกโลก อ่าวนี้อยู่ทางภาคเหนือของวียดนามจัดว่าอยู่ไม่ห่างจากพรมแดนของเมืองจีนมากเท่าไรนัก อ่าวฮาทดลองนี้ก็ยังมีเกาะหินปูนโผล่ขึ้นกระจัดกระจายทั่วอ่าวที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,500 ตารางกิโลเมตร แถมยังได้รับคำชื่นชมมากไม่น้อยเลยทีเดียวจากนักเดินทางผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเลยว่า

6 ฤดูที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอน ในเวียดนาม ไปตอนไหนดีนะ?

เวียดนามเป็นประเทศที่เรียกพวกเราว่าบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง ทัวร์เวียดนาม แล้วในแต่ละฤดูนั้นในลักษณะอากาศแต่ละฤดูก็มีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้แม้กระนั้นในช่วงฤดูกาลนั้นมีเอกลักษณ์แล้วก็บรรยากาศที่ฟินๆแตกต่างนั่นเอง วันนี้ก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะสถานที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอนแต่ละฤดูว่าตอนไหนน่าท่องเที่ยวที่แห่งไหนกันบ้าง เพื่อที่คุณจะได้เสพบรรยากาศแบบติดอกติดใจในแต่ละตอน ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเรามาดูกันกันเลย! 1. ฤดูใบไม้ผลิ ตอนเดือน : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงๆที่อากาศในเวียดนามนั้นจะเย็นสบายถึงจะมีฝนตกบ้างน้อยก็ตาม ซึ่งเป็นอากาศที่เหมาะสมแก่การเดินเที่ยวดูเมืองอย่างมาก ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น ฮานอย / Hanoi เมืองหลวงของเวียดนามแล้วก็เป็นเมืองใหญ่ชั้นสองรองจากโฮจิมินห์ เป็นเมืองที่ผสมสถาปัตยกรรมของเวียดนามรวมกับสถาปัตยกรรมของประเทศฝรั่งเศสแบบโรมัน ซึ่งทำให้ตรงนี้มีเสน่ห์รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่ไม่มีใครเหมือนนั่นเอง แล้วนับว่าฮานอยเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญแล้วก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางค้าที่สำคัญ เมื่อครั้งที่เคยเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส 2. หน้าร้อน ตอนเดือน : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม ในช่วงฤดูร้อนของตรงนี้นั้นจะค่อนข้างจะร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าถึงจะร้อนจัดแค่ไหนก็ค่อนข้างจะที่จะมีฝนตกบ่อยครั้งอยู่แบบเดียวกัน ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น ไฮฟอง / Haiphong เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนมากมายก่ายกอง ทั้งยังยังมีเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์บ้านพักจำนวนมาก แล้วจะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวกันพิเศษในฤดูร้อนเนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่น้ำทะเลกำลังอุ่นและไม่ร้อนจนกระทั่งเหลือเกิน พูดได้ว่ามาดับร้อนด้วยน้ำทะเล ทั้งคุณทราบหรือไม่จ้ะ!ว่าที่นี่เคยเป็นเมืองชายทะเลของประเทศฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคมอีกด้วย 3. ฤดูใบไม้ร่วง ตอนเดือน : ก.ย. – พ.ย. ฤดูนี้พูดได้ว่าเป็นตอนๆที่น่ามาท่องเที่ยวเยอะที่สุด ซึ่งอากาศที่เวียดนามในช่วงฤดูใบไม้หล่นนั้นจะเย็นสบายแล้วก็ฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆซึ่งเหมาะสมกับแนวทางการทำกิจกรรมที่โล่งแจ้งเอามากๆไม่ว่าจะเป็นเดินเที่ยว ดูธรรมชาติ หรือเล่นน้ำทะเลก็ตาม ช่างเป็นฤดูที่อากาศชื่นบานแจ่มใสเยอะที่สุดอย่างยิ่งจริงๆ

ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง เมืองเล็กๆบรรยากาศ สไตร์ยุโรป

ทัวร์เวียดนาม วันนี้พวกเราจะมาท่องเที่ยวกันที่ บาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นของสไตล์ยุโรป ลักษณะที่ราวกับถูกเอาเมืองยุโรปในอดีตกาลเอามาย่อให้ขนาดเล็ก แล้วเอามาไว้บนเขาของประเทศเวียดนามนั่นเอง ซึ่งเมืองที่นี้ก็ได้อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 25 กม.แล้วตั้งอยู่บนเขาที่มีความสูงถึง 1,487 เมตร เป็นความสูงที่สูงจนถึงน่าสยองอยู่เช่นเดียวกันใช่ไหมล่ะ แล้วที่ไม่ธรรมดาเลยก็คือการเดินทางที่จะขึ้นไปท่องเที่ยวของตรงนี้นั้นต้องขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปเพียงแค่นั้น ขอบอกเลยว่าการขึ้นรถเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปนั้นด้านเป็นเคเบิ้ลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีระยะทางถึง 5,042 เมตร แล้วก็สูงจากพื้นดินถึง 1,291 เมตร คุณพระผู้เป็นเจ้าคนใดกันที่กลัวความสูงนี้จำเป็นต้องคิดให้ดีๆหน่อยนะคะ ด้วยเหตุว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจรวมทั้งหวาดเสียวที่สุด! เข้าไปด้านในก็จะรู้สึกอย่างกับว่าเสมือนอยู่ในยุโรปมากยิ่งกว่าเวียดนามซะอีก เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่ในลักษณะของประเทศฝรั่งเศสโบราณที่อดให้มีความคิดว่ายุยงในยุโรปมิได้จริงๆจำต้องเตือนสติตนเองไว้ว่าอยู่เวียดนามนะคะทุกคน แม้กระนั้นบรรยากาศตรงนี้ก็จะราวกับหมู่บ้านประเทศฝรั่งเศสที่ย้อนอดีตเป็นความโรแมนติกแบบโบราณๆบวกกับอยู่บนเทือกเขาสูงด้วยทำให้บรรยากาศของตรงนี้ดีและก็ชื่นบานมากมายๆเพื่อนฝูงๆสามารถไปเที่ยวรอบหมู่บ้านได้น่าฟังว่าที่นี่เป็นเมืองเล็กๆที่มิได้ใหญ่มากนัก ทดลองเดินดูโบสถ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ประเทศฝรั่งเศสยุคกลาง ทั้งยังห้องอาหารทิวทัศน์ดีเว่อ ร้านขนมปังเก๋ๆและก็โฮเต็ลที่งามกระทั่งเอามากๆกระทั่งรู้สึกเสมือนได้ย้อนกลับไปในระยะเวลาเก่าๆเลยละขา มหาวิหารแซงต์เดอนีส์ (Saint Denis) จุดที่ไม่สมควรพลาดเลยก็คือโบสถ์ Saint Denis ซึ่งจำลองแบบมาจากโบสถ์ Notre-Dame ที่กรุงปารีส ข้างในของโบสถ์นั้นตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำตาลตัดกับสีขาวที่งามได้พอดีเอามากๆพร้อมลานน้ำพุโอบล้อมด้วยแปลงดอกไม้หน้าโบสถ์ เป็นสถานที่ช่างงามทุกซอกซอยเลยจริงๆ สะพานลอยฟ้า (Golden Bridge) เป็นจุดที่จะจำเป็นต้องมาท่องเที่ยวให้ได้ถ้าหากว่ามาถึงตรงนี้แล้ว บอกเลยจ้ะว่าถ้าหากมิได้มาถ่ายภาพกับที่ตรงนี้ก็เสมือนมิได้มาท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ เด่นของตรงนี้เนื้อเป็นจะเป็นรูปมือยักษ์สองมือรอพยุงสะพานเอาไว้ ซึ่งเป็นสะพานลอยฟ้าที่มีความยาว 150 เมตร สีทองคำ จำเป็นจะต้องมาท่องเที่ยวให้ได้นะเอ้อ! สวนสนุก

5 ที่น่าท่องเที่ยวในเวียดนาม ที่คนไหนมาก็ต่างหลงใหล

ไม่ว่าจะตอนไหนขณะนี้คนโดยส่วนใหญ่ก็มาจะชอบพอเวียดนามกัน ทัวร์เวียดนาม ยิ่งชาวไทยจะถูกใจเป็นพิเศษเนื่องจากมันอยู่ไม่ไกลเดินทางไปง่ายแถมยังมีที่เที่ยวนานาประการแบบอย่าง รวมทั้งชอบใจที่สุดเลยก็คือค่าครองชีพต่างๆก็สบายๆอีกด้วย อย่างงี้ถ้าหากไม่ท่องเที่ยวเวียดนามให้ท่องเที่ยวไหนล่ะใช่ไหมค่ะ พวกเรามาดูกันดีกว่าว่ามีที่ใดน่าท่องเที่ยวบ้างน่ะในเวียดนาม? ตามมามองกันเลยจ้ะทุกคน 1. โฮจิมินห์ สิตี้ (The Cafe Apartment) ตรงนี้จะมีจุดแข็งตรงคาเฟ่อพาร์ทเม้นท์ซึ่งเคยเป็นบ้านพักของรัฐบาลทหารในตอน 1950 มาก่อน ซึ่งในขณะนี้ก็ได้ถูกรีโนเวทให้เปลี่ยนเป็นร้านค้าคาเฟ่ที่มีทั้งผอง 9 ชั้น ซึ่งในแต่ละชั้นนั้นก็จะมีร้านขายกาแฟ ห้องอาหาร ร้านบูติก กล่าวได้ว่าทุกๆชั้นนั้นจะมีสไตล์ที่แตกต่างออกไปแม้กระนั้นโดยรวมรวมทั้งจะมีกลิ่นสไตล์วินเทจผสมโมเดิร์น คุณจำเป็นที่จะต้องทดลองท่องเที่ยวที่มองมันเหมาะสมกับการพักผ่อนหย่อนใจซึมบรรยากาศเอามากๆ 2. ดานัง (Danang) ตรงนี้เคยเป็นหมู่บ้านชาวเรือและก็เป็นเมืองท่าสำคัญด้วยเหตุว่ามากมายๆของเวียดนาม ตรงนี้ลือชื่อในเรื่องของทิวทัศน์ที่งามรวมทั้งธรรมชาติที่สวยสวยสดงดงาม ซึ่งตรงนี้จะมีสถานที่เที่ยวที่มากมายเยอะที่สุดเนื่องจากว่ามันมีอีกทั้งสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ไปแล้วคุณจะถูกใจถูกใจมากมายแน่นอนยิ่งเป็นแฟนธรรมชาติด้วยก็จะยิ่งถูกอกถูกใจเป็นที่สุด 3. บาน่า ฮิลล์ (BaNa Hill) ที่ที่นี้กาลครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของนักล่าอาณานิคมชาวประเทศฝรั่งเศส แต่ว่าในวันนี้รีบเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนมาเป็นอพาร์เม้นท์รวมทั้งโรงแรมที่มีหลายท่านเข้ามาพัก ซึ่งการเดินทางรวมทั้งพักตรงนี้ก็ต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดรวมทั้งเยอะที่สุดในโลก ถึงมันจะเป็นการเดินทางที่หวาดเสียวแม้กระนั้นก็เป็นทิวทัศน์ที่ไม่สามารถที่จะหาจากที่ไหนได้อีกแล้ว คุณสามารถจะแลเห็นน้ำตกสายธารต่างๆเป็นมุมมองที่แปลกใหม่มากมายเลยละค่ะ 4. ฮอยอัน (Hoi An) ในสำเนียงของเวียดนามนั้นเขาจะเรียกว่า โฮยอาน ซึ่งเมืองที่นี้เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ตรงกลางของประเทศ แต่ว่าขอบอกเลยว่าเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครในโลกเลยก็ว่าได้ คุณทราบไหมค่ะตรงนี้เคยขึ้นบัญชีให้แปลงเป็นมรดกโลกในปี 2542 ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเซียอาคเนย์ในคริสต์ศตวรรษที่ 15-19 ที่มีการผสมศิลป์แล้วก็วัฒนธรรมรวมทั้งสถาปัตยกรรมของแคว้นและก็ฝรั่งเข้าไว้ร่วมกันอย่างพอดี เป็นสถานที่ไม่สมควรจะพลาดเลยใช่ไหมจ้ะ

5 สิ่งที่ต้องระมัดระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม ด้วยตัวเอง

ชาวไทยโดยมากจะนิยมท่องเที่ยวต่างแดนที่เวียดนาม ทัวร์เวียดนาม โน่นก็เพราะว่าเป็นประเทศที่มีความงามทางธรรมชาติ รวมทั้งมีสถานที่ทางเรื่องราวประวัติศาสตร์ไว้อยู่เยอะแยะ นี่ก็เลยเป็นลักษณะเด่นรวมทั้งมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของประเทศเวียดนามที่ยั่วยวนใจให้นักเดินทางมาหาอยู่ตลอด แน่ๆว่าถ้าไปยังต่างประเทศหรือไปที่ไหนก็แล้วแต่นั่นก็คือต่างบ้านต่างเมือง ซึ่งถ้าคุณไปยังประเทศต่างๆก็ควรจะมีข้อควรจะที่ควรรอบคอบสำหรับในการท่องเที่ยว แล้วคนจะเรียนรู้ไว้ว่าควรระวังอะไรไปบ้างวันนี้พวกเราก็เลยจะมาชี้แนะ สิ่งที่คุณจำเป็นต้องระวังเมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม! สิ่งที่ต้องระวังเมื่อจะต้องท่องเที่ยวเวียดนาม 1. รถแท็กซี่หุบเงินทอน แท็กซี่เวียดนามก็จะคล้ายของคนประเทศไทยที่จะมีการแอบทุจริตค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสารของลูกค้า รถแท็กซี่ของตรงนี้จะมีการแอบหุบเงิน เมื่อพวกเราใช้บริการแท็กซี่แล้วไปถึงที่หมายผู้ขับก็จะทอนไม่ครบแล้วจะอ้างถึงว่าขาดเงินย่อยไว้ใช้ทอน ซึ่งวิธีการแบบนี้จะมีผลให้ผู้ขับได้เงินทอนเป็นผลกำไรแบบบันเทิงใจกระทั่งทำติดเป็นนิสัย แนวทางที่แก้ก็คือจำต้องเอาเงินทอนจากผู้ขับให้ได้โดยการนั่งอยู่ในรถยนต์ จะพูดว่าแนวทางเพียงเท่านี้ก็อยู่แต่ละคนด้วย เนื่องจากบางคันนั้นก็ใช้แนวทางได้แต่ว่าบางโอกาสก็โลภกระทั่งไม่อาจจะจะเอาเงินคืนได้ 2. ให้จ่ายตลาดที่ติดราคาป้ายแจ่มกระจ่าง เวลาท่องเที่ยวเวียดนามคุณจำเป็นจะต้องเลือกร้านค้าที่ราคาแพงของที่เด่นชัด เพื่อคุ้มครองปกป้องการคดโกงราคานั่นเอง ในเวียดนามนั้นบางร้านค้าที่มิได้ติดราคาที่แจ่มแจ้งของบางชิ้นที่เช่นกันก็ยังแพงที่แตกต่างกัน อย่าว่าแต่ว่านักเดินทางที่จะโดนหลอกแม้กระทั้งคนเวียดนามที่มาจากต่างแดนก็ยังโดนหลอกได้เหมือนกัน 3. การแลกเงินกับร้านค้าขายเพชรขายทองคำที่เวียดนาม นักเดินทางคนไม่ใช่น้อยเป็นอย่างยิ่งที่จะนิยมไปแลกเงินกับร้านค้าเพชรร้านค้าทองคำที่เวียดนาม เพราะว่าตีราคาให้ที่ดียิ่งกว่าในแบงค์ จะพูดว่ากระบวนการทำแบบนั้นเกิดเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งคุณมีสิทธิ์ที่จะโดนแบงค์เลียนแบบจากร้านค้าแลกเปลี่ยนเหล่านี้อีกด้วย ด้วยเหตุนั้นก็ไม่สมควรที่จะไปแลกเปลี่ยนกับร้านค้าพวกนั้นแต่ว่าให้แลกเปลี่ยนกับแบงค์จะดีมากกว่า ถึงแม้ว่าจะแลกเปลี่ยนแล้วได้ราคาถูกแม้กระนั้นก็ไม่มีอันตรายรวมทั้งสุขใจกว่ามากมาย 4. ระวังประเป๋า!! คุณท่องเที่ยวเวียดนามก็อุตสาหะเก็บของมีค่าเอาไว้ภายในตู้นิรภัยหรือในบังกะโล แต่ว่าถ้าจำเป็นที่จะต้องออกมาด้วยก็จำเป็นที่จะต้องเก็บไว้กับตัวข้างหน้าอย่างมิดชิด คุณทราบหรือไม่ขาว่าเวียดนามนั้นก็เป็นอีกที่นึงในโลกที่ลือชื่อในเรื่องของมิจฉาชีพล้วงสินทรัพย์นักเดินทาง ฉะนั้นเวลาท่องเที่ยวไหนก็หมั่นพินิจความประพฤติปฏิบัติของมนุษย์รอบตัวอยู่ตลอดด้วย ไม่แน่ว่าคนพวกนั้นบางทีอาจจะตีเนียนเข้ามาใกล้และลักขโมยเงินไปจากคุณ 5. อย่าถ่ายภาพมั่วนิ่มเด็ดขาด คุณอาจจะมองเห็นความประพฤติปฏิบัติของคนแปลกๆหรือนั่งตกปลาอยู่บนหาดทรายและจากนั้นก็ต้องการถ่ายภาพเก็บไว้ แม้กระนั้นหยุดก่อนเลยจ้ะ!เพราะว่าหากไม่อย่างนั้นคุณกำลังจะเสียเงินเสียทองไปแบบฟรีๆโดยที่ไม่ทันตั้งตัวเลย คนกรุ๊ปนั้นที่คุณไปถ่ายเขา เขาจะรู้สึกว่าตัวเขาเองนั้นเป็นนายแบบที่ให้ท่านมาถ่ายรวมทั้งจะเดินเข้ามาหาคุณพร้อมด้วยเรียกค่าคิดเงินอีกด้วย อย่างนี้คุณไม่สมควรจะถ่ายภาพคนใดกันเลยนอกเหนือจากตัวคุณเองแล้วหลังจากนั้นก็เพื่อนฝูงๆร่วมทิปของคุณ