Category: ท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวใน 4 ฤดู ในโทโฮลุก ประสบการณ์ที่สุดติดใจไม่รู้จักลืม

ทัวร์ญี่ปุ่น โทโฮระอุเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติที่งดงามเอามากๆนับว่าเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใหม่ที่ตั้งอยู่ทางทางเหนือสุดของเกาะฮอนยก ซึ่งเกาะนี้เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น วันนี้พวกเราจะมาเล่าถึงประสบการณ์ใน 4 ฤดูของโทโฮระอุ ว่าเป็นอย่างไรกันบ้างมีบรรยากาศคืออะไรตามมามองกัน ฤดูใบไม้ผลิ (ม.ย.-พ.ค.) ตอนฤดูนี้จะเป็นช่วงๆที่คุณจะสามารถมองเห็นดอกซากุระดอกบานไปทั่วเมือง ดอกไม้จะบานสะพรั่งสวย เพราะว่าจะได้รับน้ำอย่างมากจากหิมะที่ละลายจนถึงเปลี่ยนเป็นน้ำที่อุดมไปด้วยธาตุ เพราะว่าในพื้นที่นี้มีบางพื้นที่ของโทโฮคุยังอาจมีหิมะที่คงเหลืออยู่ มาท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ผลินี้ก็เลยจะก่อให้ได้สัมผัสกับหิมะและก็ความแจ่มใสของดอกซากุระสีชมพูที่บานไปทั่วทั้งเมือง ซึ่งจุดดูดอกไม้ยอดนิยมของนักเดินทางก็จะเป็นถนนหนทางคันโจไกโดริ ซึ่งตรงนี้จะเต็มไปด้วยสีชมพูไปทั้งสิ้นและก็ถ่ายรูปออกมาก็จะงามมากมายๆ หน้าร้อน (เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม) เป็นตอนที่สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคโทโฮปะทุนับว่าเป็นอากาศที่เย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาวกระทั่งเกินความจำเป็น เพราะว่าจะมีลมทะเลที่พัดผ่านก็เลยช่วยทำให้คลายร้อนได้ รวมทั้งมีป่าที่เขียวชอุ่มปกคลุมทั่วเทือกเขาก็เลยทำให้มิได้รู้สึกร้อนจัดนัก นอกเหนือจากบรรยากาศจะมีชีวิตชีวารวมทั้งยังมีทิวภาพที่งามจากธรรมชาติแล้ว ในฤดูร้อนนี้ก็จะมีเทศกาลที่สำคัญอย่างเช่น เทศกาลเนบุตะ ในจังหวัดอะโอโมริ นักเดินทางจะได้ดูขบวนตะเกียงลวดลายสวยงามอลังการ เทศกาลอะคิตะคันโต ในจังหวัดอะคิตะ ละลานตากับลีลาท่าทางการแห่โคมบนเสาไผ่ขนาดยักษ์เทศกาลทะนะบะตะ ในเมืองเซนได และก็เทศกาลฯลฯ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (เดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน) จะเป็นช่วงๆฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี้จะเป็นตอนในเวลาที่จะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนสีปกคลุมไปทั่วพื้นที่ เป็นการเปลี่ยนทางธรรมชาติที่ได้ประดิษฐ์ศิลป์รวมทั้งความสวยงามเชิญให้เพลินตาเพลินใจเป็นอันมาก เทือกเขาแล้วก็ทั่วทั้งเมืองนั้นจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่มีอีกทั้ง สีส้มเหลือง แดง สลับกัน ต้องการจะมองเห็นเมืองแบบชัดๆและก็ดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบทั่วๆเมืองก็สามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้า เพื่อได้ดูทัศนียภาพของเทือกเขาฮักโกดะระดับล่างได้อย่างเต็มตา ในช่วงฤดูหนาว (ธ.ค.-เดือนมีนาคม) จะเป็นช่วงๆที่ทั้งหมดทุกอย่างจะขาวมากไปด้วยหิมะ นับว่าเป็นสรวงสวรรค์ของนักเดินทางที่ชอบใจความหนาวเย็นหรือต้องการมาสัมผัสหิมะมองสักหนึ่งครั้ง ตรงนี้มีลานสกีที่เป็นที่รู้จักอยู่หลายที่ให้ได้เล่นสนุกสนานกันซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมหน้าหนาว ที่ทุกคนจำเป็นต้องเล่น อีกทั้งมีงานที่ครื้นครึกซึ่งเป็นเทศกาลหน้าหนาวมาก

7 ชั้นเมืองจัดว่าเด็ด! ที่น่าไปท่องเที่ยว ในประเทศญี่ปุ่น

ผู้ที่ไม่เคยท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเองหรือทัวร์ประเทศญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น ก็ไม่ทราบว่าจะคิดแผนไปประเทศญี่ปุ่นที่ใดดีเนื่องจากไม่ว่าเมืองไหนก็น่าท่องเที่ยวน่าไปซะหมด คนใดกันที่กำลังลำบากใจกับประเด็นนี้มาอ่านบทความของพวกเรานั้นถูกแล้ว วันนี้พวกเราจะพาเพื่อนพ้องมารู้จะเมืองเด็ดที่น่าท่องเที่ยวแล้วเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมที่ใครๆก็ต่างไปแล้วหลงใหล มาดูกันว่ามีที่แห่งใดบ้าง 1. เมืองเกียวโต (Kyoto) เมืองนี้เป็นเมืองยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง ที่โดยมากผู้ที่พอใจศิลป์วัฒนธรรมแบบเริ่มแรกของคนญี่ปุ่นจะรู้สึกชื่นชอบกันอย่างมาก ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างตรงนี้จะมีผลให้คุณรู้สึกเสมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อพันกว่าปีกลาย แล้วหากมองเห็นมีคนเดินสวมชุดกิโมโนบนถนนหนทางก็ไม่ต้องสนเท่ห์ใจ เพราะเหตุว่าเป็นการใส่กันแบบธรรมดากันอยู่แล้ว กิจกรรมที่น่าดึงดูดของตรงนี้เลยก็คือพิธีการชงชาแบบประเทศญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งคุณก็สามารถที่จะเข้าไปร่วมกิจกรรมนี้ได้และไม่น่าจะพลาดโดยเด็ดขาด 2. เมืองโอซาก้า (Osaka) เป็นเมืองใหญ่ชั้น 2 ของประเทศก็ไม่สนเท่ห์ใจเท่าใด เพราะเหตุว่าเป็นเมืองธุรกิจที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น แล้วข้อดีของโอซาก้าเลยก็คือขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของด้านของกินในราคาที่สบายกระเป๋า ไม่ว่าคุณจะเดินไปที่ไหนของเมืองก็จะสามารถหาร้านอาหารที่รสอร่อยได้อย่างง่ายๆ คนไหนกันที่เป็นสายรับประทานจึงควรมาให้ได้ไพเราะเพราะพริ้งของกินตรงนี้ทุกสิ่งอร่อยมากเลยจริงๆไม่ว่าจะเป็นอูด้ง ปลาหมึก ซูชิ กล่าวแล้วหลังจากนั้นก็รู็สึกหิวเอามากๆแล้วละขา 3. เมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) เป็นอีกเมืองที่ผู้ที่ชอบพออาหารทะเลแล้วก็รักสำหรับในการรับประทานจำเป็นจะต้องมา จำเป็นต้องพูดว่าตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของบะหมี่ราเมงที่ดังของประเทศญี่ปุ่น แน่ๆว่าเมื่อมารวมทั้งจำเป็นต้องตรงดิ่งไปรับประทานราเมงก่อนเป็นขั้นตอนแรก เสนอแนะว่าให้ไปรับประทานร้านค้าบะหมี่ริมถนนเนื่องจากมันอร่อย จะคล้ายกับการได้ทานอาหารริมถนนของบ้านพวกเราที่จะอร่อยกว่าของกินห้องอาหาร ทั้งยังยังได้รสแบบแท้ๆอีกด้วย 4. เมืองที่นารา (Nara) คิดถึงท้องนารานึกถึงกวาง โน่นก็เพราะว่าเมืองที่นี้เป็นเมืองที่กวาง! ไม่ว่าจะเดินไปไหนก็จะมองเห็นแม้กระนั้นกวางน้อยกวางใหญ่เยอะไปหมด แล้วไม่ใช่แค่นั้นเพราะว่าเมืองที่นารายังนับได้ว่าเป็นแหล่งเกิดของขนบประเพณีที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากไม่น้อยเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น พุทธรูปไดบุทสึ พี่เป็นพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดของโลก วัดโฮริวจิเป็นวัดที่ก่อสร้างด้วยไม้ดั้งเดิมที่สุดในโลกแล้วยังได้ขึ้นเป็นมรดกโลกด้วย 5. เมืองเฮียวโงะ (Hyogo) เมืองที่นี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกียวโตรวมทั้งโอซาก้า แถมยังเป็นที่ตั้งของวังฮิเมจิที่สวยที่สุดของประเทศแล้วก็ยังได้เอาขึ้นเป็นมรดกโลกอีกด้วยขา แล้วต่อจากวังนั้นก็จะเป็นสวนสาธารณะที่กว้าง

4 สถานที่เที่ยวหมู่บ้านสไตล์ยุโรป ในประเทศเกาหลี!!!

ทัวร์เกาหลี ผู้ใดกันแน่ที่จะต้องการท่องเที่ยวประเทศเกาหลี รวมทั้งต้องการที่จะท่องเที่ยวแบบสไตล์ยุโรปด้วย วันนี้พวกเราก็เลยมีสถานที่เที่ยวเป็นหมู่บ้านสไตล์ยุโรปที่อยู่ในประเทศเกาหลี!! บอกเลยว่าคุณต้องรักหมู่บ้านที่พวกเราได้ชี้แนะไปแน่นอนด้วยเหตุว่าสถานที่เที่ยวที่ต้องการจะเสนอแนะนี้ บอกเลยว่าบรรยากาศดีของกินอร่อย ทั้งยังยังเป็นแบบสไตล์ยุโรปอีกด้วย เอาละพวกเรามาดูกันเลยว่ามีหมู่บ้านอะไรบ้าง ตามกันมาเลยจ้ะ!! 1. หมู่บ้านเทพนิยาย Fairytale Village ในตอนปี ค.ศ. 1883 เมืองอินชอน ได้รับการตั้งให้เป็นเมืองท่า ก็เลยทำให้มีคนต่างชาติมากมายก่ายกองเข้ามาตั้งหลักแหล่งในบริเวณนี้โดยยิ่งไปกว่านั้นคนจีน แล้วก็เพราะว่าฝรั่งเข้ามาตั้งภูมิลำเนาตรงนี้กันเยอะๆ ก็เลยทำให้คนประเทศเกาหลีจะต้องย้ายถิ่นที่อยู่ออกไปดำเนินชีวิตที่เมืองอื่น ทำให้เมืองที่นี้มีความครื้นครึกลดน้อยลงรวมทั้งซึมเซา ราษฎรต่างๆก็ได้คิดกันว่าจะทำไงดีให้เมืองที่นี้กลับมามีชีวิตรวมทั้งสีสันอีกรอบ ก็เลยได้มีไอเดียสำหรับเพื่อการตกแต่งเมืองทั่วทั้งเมืองให้มีตัวการ์ตูนหรือเทพนิยายในหัวข้อต่างๆก็เลยทำให้ตรงนี้เต็มไปด้วยความแจ่มใสสไตล์ยุโรปของการ์ตูน การมาท่องเที่ยวหมู่บ้านที่นี้จะมีผลให้คุณรู้สึกราวกับย้อนวัยเด็กอีกที และก็รู้สึกราวกับได้ท่องเที่ยวสวนสนุกเลยล่ะจ้ะ 2. หมู่บ้านสีลูกอม Provence Village ตั้งอยู่ที่เมืองพาจู จังหวัดคยองกี อยู่ชิดกับชายแดนของประเทศเกาหลีเหนือ สถานที่เที่ยวยอดฮิตที่นักเดินทางจะมาท่องเที่ยวตรงนี้กันจำนวนไม่ใช่น้อย หมู่บ้านที่นี้ก็จะให้บรรยากาศแบบยุโรปราวกับหมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในบ้านแต่ละข้างหลังนั้นจะมีชีวิตชีวาที่แจ่มใส ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านหน้าต่างประตูก็ถูกแต่งแต้มให้มีชีวิตชีวาที่น่าชื่นชมที่มีสีเสมอเหมือนทอฟฟี่ ทั้งร้านของตรงนี้ยังมีความเป็นเอกลักษณ์เป็นอันมากเลยจ้ะ เพราะว่ามีการตกแต่งร้านค้าแล้วก็ลักษณะของงานที่ไม่ซ้ำกัน ทั้งยังตรงนี้ยังมีร้านขนมปังและก็ร้านค้าสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมยวนใจตั้งแต่เข้ามาในเมือง มีเสื้อผ้ารวมทั้งร้านค้าคาเฟ่สไตล์ยุโรปอีกด้วย 3. หมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส Petite France เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมประเทศฝรั่งเศสขนาดเล็ก ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อคิดถึง อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี คนเขียนเรื่องพระราชโอรสน้อยนั่นเอง บ้านเรือนของตรงนี้จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบประจำถิ่นของประเทศฝรั่งเศส สีสันผ่องใสตัวตึกจะย้ำเป็นสีเหลืองแล้วก็หลังคาเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่เรียงหน้ากันอย่างงดงาม แล้วตรงนี้ก็ยังเคยใช้ถ่ายทำละครของประเทศเกาหลีมากมายก่ายกอง บอกเลยจ้ะว่าที่นี่บรรยากาศดีไม่แพ้กับประเทศฝรั่งเศสจริงๆอย่างยิ่งจริงๆ

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองชายทะเลสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม หากจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ชายทะเลและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับแรกๆของเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของเมืองชายทะเลที่เป็นที่รู้จักแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามอย่างยิ่งจริงๆ เมืองมุยเน่ เป็นเมืองที่โด่งดังในเรื่องของหาดทรายที่สวยสดงดงามแล้วก็สงบเงียบ รอบๆชายทะเลนั้นยาวราว 10 กม.แล้วก็ตรงชายหาดจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะแยะ ราษฎรตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับเพื่อการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย รวมทั้งที่ทำให้ตรงนี้แปลงเป็นบ้านพักอากาศในฝันโน่นเพราะ เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีรีสอร์ทมีอพาร์เม้นท์มาก รวมถึงมีของกินที่อร่อย แล้วก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง โน่นก็เลยทำให้นักเดินทางล้นหลามเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันมากไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่ามีทำเลที่ตั้งที่สะดุดตาและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่มีชื่อเสียงและก็มีชื่อเสียงกันสูงที่สุดซึ่งก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่มีชื่อสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงรวมทั้งเนินทรายขาว 1. เนินทรายแดง ครอบคลุมพื้นที่โดยประมาณ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ขณะที่สมควรสำหรับการท่องเที่ยวดูก็คือตอนเช้าหรือภายหลัง 15.00 นเป็นต้นไป เพราะว่าตอนนี้กระแสลมจะไม่แรงแล้วก็จะไม่รู้จักสึกร้อนจัด 2. เนินทรายขาว อยู่ทางเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโล มีทะเลสาบที่ประชิดกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่สวย ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมสูงถึง 70 เอเคอร์ราว 500 เมตรและก็ลึกโดยประมาณ 19 เมตร ด้านในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีนานัปการสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่ว่าน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปบริเวณสมุทรสาปได้หรือจะเดินเที่ยวรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกัน นอกเหนือจากเนินทรายขาวและก็เนินทรายแดงทั้งคู่นี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะแยะ ได้แก่ แฟรี่

5 ยอดเยี่ยมสถานที่เที่ยวยอดนิยม ในประเทศญี่ปุ่น ที่ไปแล้วจะต้องไปอีก!

ทัวร์ญี่ปุ่น ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นใครๆก็ต้องการจะไปกันทั้งหมด!! คอยเงินออกเก็บตังค์จองตั๋วแล้วหลังจากนั้นก็ไป…แม้กระนั้นติดตรงที่ไม่ทราบจะไปไหนนี่สิ? ได้แต่ว่าคิดหลายๆครั้งไม่รู้เรื่องว่าจะเริ่มจากที่ไหนไปที่ไหนก่อน วันนี้พวกเราก็เลยต้องการมาขจัดแก้ไขปัญหาในจุดนี้ เพื่อจะคลายปัญหาความข้องใจและก็มาช่วยคิดแผนสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวของคุณที่ง่ายมากยิ่งขึ้น พวกเราจะรวมสถานที่เที่ยวยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่นที่ไปแล้ว จึงควรต้องการไปอีกแน่ๆ!! ว่าแล้วหลังจากนั้นก็ตามมาเลย! 1. บริเวณเมืองเก่าทาคายาม่า Takayama Old Town เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่โด่งดังเยอะที่สุดของจังหวัดกิฟุ เป็นหยังคันขาที่เคยเจริญก้าวหน้าอย่างมากมายในสมัยก่อน รวมทั้งในขณะนี้รัฐบาลประเทศญี่ปุ่นก็ยังได้รักษารักษาไว้ คุณต้องการจะมาท่องเที่ยวดูในแบบประเทศญี่ปุ่นอดีตสมัยหรือเสพบรรยากาศแบบเริ่มแรกๆของประเทศญี่ปุ่น คุณมาตรงนี้เลย!เนื่องจากตรงนี้ยังมีบ้านแล้วก็ตึกต่างๆหลายข้างหลังที่แก่มากยิ่งกว่าร้อยปีให้ดู บอกเลยว่าที่นี่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในยุคเอโดะเลยก็ว่าได้ พิกัด : จังหวัดกิฟุ ภูมิภาคชุบุ 2. พิพิธภัณฑสถานนินจาอิงะ Iga Ninja Museum พิพิธภัณฑสถานนินจาอิงะ เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และก็เป็นบ้านเกิดของเหล่านินจาในประเทศญี่ปุ่น เพราะเหตุว่าในตอนศตวรรษที่ 15 เมืองนี้เคยเป็นสถานที่สอนวิชานินจามาก่อน ก็เลยบอกได้เต็มปากเลยว่าที่นี่เป็นบ้านกำเนิดของนินจาในเชื้อสายอิงะ ใครกันแน่ที่ถูกใจเรื่องพวกนินจาหรือการ์ตูนนินจาต่างๆหรือพอใจในเรื่องเหล่านี้ก็สามารถมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ พิกัด : จังหวัดไม่เอะ ภูมิภาคคันไซ 3. เกโระ ออนเซน Gero Onsen ใครกันแน่ที่ต้องการลองแช่ออนเซ็นมองเป็นสายออนเซ็นก็ไม่สมควรจะพลาดตรงนี้ ด้วยเหตุว่าตรงนี้ได้ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 ออนเซ็นที่ดีเยี่ยมที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในยุคเอโดะ บอกเลยว่ามิได้ได้รับความนิยมเฉพาะอดีตแต่ว่ายังเป็นที่ที่ได้รับความนิยมมาถึงในทุกวันนี้ อย่างงั้นก็มาจากในเรื่องของประสิทธิภาพของน้ำพุที่ดีเยี่ยมๆซึ่งมีคุณภาพที่สูงรวมทั้งมีบรรยากาศที่สุดแสนจะดี๊ดี พิกัด :

5 ที่เที่ยวเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ใน เกียวโต

ทัวร์ญี่ปุ่น ใครกันแน่ที่ติดอกติดใจวัฒนธรรมแบบเริ่มแรกโบราณที่เข้าไปท่องเที่ยวแล้วรู้สึกเสมือนได้ย้อนเวลากลับไป ก็จะต้องมาตรงนี้เลยเกียวโต เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แบบเริ่มแรกจะหาที่ใดมิได้อีกแล้ว ตรงนี้เต็มไปด้วยวัดและก็ศาลาโบราณโบราณแม้กระนั้นก็มิได้มีเท่านั้นนะคะ เพราะเหตุว่าก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดมากไม่น้อยเลยทีเดียวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น 1. อิเนะ (Ine) เป็นหมู่บ้านชาวเรือที่ยังคงรักษาแบบเริ่มแรกอยู่ แล้วยังเหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่ที่ของญี่ปุ่นอีกด้วย แม้กระนั้นตรงนี้มีข้อดีที่ไม่เหมือนกับที่อื่นๆเลยก็คือสำหรับในการก่อสร้างบ้านของเขา จะมีการทำบ้านยื่นออกมาไปในน้ำแล้วจะทำช่องหยุดเรืออยู่ด้านในภายอีกด้วย จะเป็นการสร้างให้อยู่ติดๆกันตลอดเป็นแถวยาวของริมฝั่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดเป็นภาพที่สวย ผิดตาต่างจากที่แหน่งใดเลยในประเทศญี่ปุ่น 2. วัดเอนยาปะทุจิ (Enryakuji Temple) ตัววัดได้ตั้งอยู่ในแนวเขาฝั่งทิศตะวันออกที่อยู่รอบๆระหว่างชายแดนของจังหวัดเกียวโตและก็จังหวัดชิงะ วัดที่นี้นับว่ามีความจำเป็นมากมายๆสำหรับศาสนาพุทธนิกายเทนได หรือจะให้เรียกว่าเป็นศูนย์กลางของนิกายนี้เลยก็ว่าได้จ้ะ แล้วที่สำคัญที่สุดเลยวัดที่นี้ยังเป็นที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่นมากมาย ตรงนี้ก็จะมีสงฆ์ต่างๆมาเล่าเรียนกันไม่ว่าจะเป็นสงฆ์ที่โด่งดังไหมมีก็ตาม 3. สตูดิโอโทเออิ (Toei Studio) เป็นสตูดิโอที่ได้จำรองชาติบ้านเมืองออกมาให้ราวยุคสมัยเอโดะ ซึ่งเขาก็สามารถทำมาได้เหมือนจริงสูงถึงสูงที่สุดไม่ว่าจะเป็น ตึก อาคารบ้านเรือน ร้านต่างๆก็ต่างอ้างอิงตามลักษณะของประวัติศาสตร์ในสมัยนั้นแบบเป๊ะๆเพราะเหตุว่าอย่างนี้ก็เลยทำให้มีภาพยนตร์หลายๆเรื่องมาถ่ายทำตรงนี้กันเยอะมากๆยังไงจ้ะ แล้วจุดที่จะทำให้ฟินขึ้นไปอีกกับบรรยากาศในสมัยเอโดะ มันก็คือข้าราชการต่างๆก็แต่งตัวย้อนยุคเช่นกันหมดอีกด้วย แล้วอย่างงี้จะพลาดที่จะมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้อย่างไรกันจ้ะ 4. วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) วัดเบียวโดอินเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบที่สะดุดตาเยอะที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น จากที่ไปเรียนมาว่าวัดมีสถาปัตยกรรมต่างจากวัดที่อื่นๆในประเทศญี่ปุ่นอย่างไร คำตอบเป็นการผลิตวัดนี้จะยึดเอาแนวความคิดทางศาสนาพุทธมาเป็นแถวการส้รางวัดนั่นเอง จำเป็นต้องบอกก่อนว่าคราวก่อนตรงนี้นั้นมิได้เป็นวัดแม้กระนั้นเป็นบ้านตากอากาศของคนมีผลในอดีตกาล แต่ว่าเพราะเหตุว่าลูกชายของผู้ครอบครองก็ได้เปลี่ยนแปลงจากที่พักให้เปลี่ยนมาเป็นวัดนั่นเอง ที่วัดนี้ก็มีห้องโถงฟินิกซ์ที่มีชื่อเสียงมากมายๆเลื่องลือถึงกับขนาดมากมายลายเป็นเครื่องหมายข้างหลังของเหรียญเยนประเทศญี่ปุ่นอีกต่างหาก นี่บอกเลยว่าวัดที่นี้สำคัญต่อญี่ปุ่นจริงๆเลยจ้ะ 5. บริเวณฮิกาชิยาม่า (Higashiyama) เป็นถนนหนทางโบราณที่มีความงามมากมายๆซึ่งตรงนี้เขาจะเอาไว้เดินเที่ยวช้อปปิ้ง เพื่อซึบซึมซับบรรยากาศโบราณของเมืองเกียวโต ข้างถนนของยอดที่นี้ก็จะเต็มไปด้วย ร้านค้าของหวาน

เปลี่ยนบรรยากาศ ท่องเที่ยวในเมืองเล็กๆบรรยากาศดี ที่ โอตารุ

วันนี้พวกเราจะมาเปลี่ยนบรรยากาศโดยการไปท่องเที่ยวเมืองเล็กๆที่ ทัวร์ญี่ปุ่น โอตารุ ซึ่งเมืองที่นี้อยู่ห่างจากเมืองซัปโปโรเพียงแค่ 30 กิโลเพียงแค่นั้น คนไม่ใช่น้อยก็จะนิยมมาท่องเที่ยวตรงนี้และจากนั้นก็จะต่อรถไฟท่องเที่ยวซัปโปโรต่อ สิ่งแรกจะมาบอกถึงประวัติความเป็นมาอย่างคร่าวๆของตรงนี้กันก่อน จำต้องกล่าวว่าที่ที่นี้เป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญของฮอกไกโด ที่เอาไว้ขายสินค้ากับรัสเซียตั้งแต่คนประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเลยก็ว่าได้ ก็เลยทำให้ตรงนี้มีเอกลักษณ์รวมทั้งกลิ่นของตะวันตกอยู่มากมาย แล้วจะต้องพูดว่าผู้ที่นี่ได้สงวนภาวะที่อยู่อาศัยไว้แบบเริ่มแรกกระทั่งตรงนี้แปลงเป็นเมืองที่การท่องเที่ยวไปโดยปริยาย วันนี้พวกเราจะพาทุกคนมาท่องเที่ยวที่เมืองโอตารุกัน ว่าที่นี่มีจุดไหนบ้างที่น่าดึงดูดน่าท่องเที่ยวบ้าง มาดูกัน 1. พิพิธภัณฑสถานกล่องเสียงเพลงโอตารุ (Otaru Music Box Musem) เมื่อมาท่องเที่ยวถึงที่นี่แล้วเขาจำเป็นต้องมาพิพิธภัณฑสถานกล่องเสียงดนตรีโอตารุ ถึงจะเป็นพิพิธภัณฑสถานที่เกี่ยวกับกล่องเสียงดนตรีแม้กระนั้นก็มีของซื้อขายเยอะเยอะไปหมดในนี้ แม้กระนั้นโดยมากและจากนั้นก็จะขายกล่องเสียงดนตรีอยู่โดยประมาณ 70% ส่วน 20% นั้นก็จะขายสินค้าปกติที่ไม่ใช่กล่องเสียงดนตรี แล้วอีก 10% ซึ่งก็คือห้องที่ไว้แสดงของจิ๋วต่างๆจะต้องพูดว่ามันเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจดีด้วยเหตุว่าในบ้านพวกเราก็ไม่มีอะไรอย่างนี้ ผู้ใดที่ต้องการจะมาเดินดูเล่นๆก็สามารถมาได้ไพเราะเพราะพริ้งของตรงนี้เยอะแยะไม่ว่าจะเป็นของไว้ดูหรือของขาย มากมายไม่มากก็ลองคิดดูว่ามีของให้เลือกซื้อขายแลกเปลี่ยนแทบ 3 ชั้นอย่างยิ่งจริงๆ 2. ถนนหนทางช็อปปิ้งซาค้างอิมาจิโตริ (Sakaimachi Street) คนใดที่ต้องการหาของกำนัลหรือต้องการหาที่เดินเที่ยวถนนหนทางช็อปปิ้งซาค้างอิมาจิโตรินี้ตอบปัญหาแน่ๆ ซึ่งตรงนี้จะมีร้านขายของที่อยู่ติดๆกันเป็นจำนวนมากก็จะมีทั้งยัง อาหาร เสื้อผ้า ของกำนัล และก็มีทุกอย่างหลายประเภทมากมายๆที่หาซื้อได้จากที่ตรงนี้เลยละค่ะ 3. ร้านค้าเลอทาโอะ (LeTAO) เป็นร้านค้าของหวานที่มีชื่อเสียงมากมายๆจนได้ขยายไปขายที่ห้างของประเทศไทยด้วย หากมาถึงตรงนี้ก็จะต้องรีบตรงมากินเค้กของตรงนี้ให้ได้เลยนะคะ ด้วยเหตุว่าตรงนี้เป็นบ่อเกิดชีสขนมเค้กโด่งดังของฮอกไกโดนั่นเอง ถ้าหากมาแล้วไม่มาตรงนี้ก็จัดว่าพลาดอย่างแรงเลยเช่นเดียวกัน 4. ลำคลองโอตารุ (Otaru

ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ซื้ออะไรดี? มาฝากผู้ที่บ้าน

ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นดียิ่งกว่า! ทัวร์ญี่ปุ่น ชอบเป็นประเทศแรกที่คนไม่ใช่น้อยคิดเมื่อจะท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากเนื่องจากว่าสามารถท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า ทั้งตั๋วเรือบินนั้นราคาถูก บ้านพักก็มีให้เลือกเยอะแยะ เลยไม่ฉงนใจเลยที่ประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนเป็นประเทศในดวงใจของคนประเทศไทย แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เวลาไปประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งชอบไม่รู้เรื่องว่าที่ประเทศญี่ปุ่นมีอะไรน่าซื้อบ้าง หรือบางคราวคิดอยากจะซื้อของที่ระลึกกลับไปให้ผู้ที่บ้านหรือเพื่อนฝูงๆก็ไม่เคยรู้ว่าจะซื้ออะไรกลับไป วันนี้เลยต้องการจะมาเสนอแนะกับของกำนัลที่น่าซื้อในประเทศญี่ปุ่น มีอะไรบ้างตามมามองเลย 1. เสื้อผ้าประเทศญี่ปุ่น ใครๆก็รู้ว่าญี่ปุ่นเป็นเมืองที่แฟชั่น ประเทศที่ทั้งโลกก็สารภาพในเรื่องของแฟชั่นการแต่งตัว ซึ่งเสื้อผ้าของชาวญี่ปุ่นนั้นจะมีคุณภาพสูงแล้วก็มีเอกลักษณ์โดยยิ่งไปกว่านั้น ที่ชี้แนะให้ซื้อเลยก็คือแบรนด์ GU เป็นที่ชื่นชอบมากมายในกลุ่มวัยรุ่นประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังราคาก็ไม่แรงมากเท่าไรนัก ซึ่งแหล่งขายของแฟชั่นในเมืองโตเกียวจะอยู่ที่ Shinjuku และก็ Ginza 2. ของหวานประเทศญี่ปุ่น ของหวานที่เป็นของฝากยอดฮิตก็จะเป็นพวกช็อกโกแลต เพราะเหตุว่ามันเก็บไว้ได้นานและก็สามารถทานได้กันทุกวัย แล้วของหวานช็อกโกแลตที่โด่งดังของประเทศญี่ปุ่นสูงที่สุดเลยก็คือ – Royce เป็นช็อกโกแลตคุณภาพดีผลิตที่เมืองซัปโปโร มีรสชาติเข้มข้นมากมายทั้งไม่หวานจนถึงมันอีกด้วย – KitKat หากแม้บ้านพวกเราจะมีคิทแคทแล้ว แม้กระนั้นญี่ปุ่นนั้นมีหลายรสมากยิ่งกว่าบ้านพวกเราอย่างมากมาย ซึ่ง KitKat ในแต่ละเมืองนั้นก็จะมีรสชาติพิเศษที่หาซื้อที่อื่นๆมิได้อีกด้วย มันก็จะราวกับเป็น Limited Edition ของเมืองนั้นไปเลย 3. เมืองโตเกียว บานาน่า เป็นของหวานที่ขึ้นชื่อลือนามของประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นเนื้อขนมเค้กใส่ครีมคัสตาร์ดรสกล้วยหอม ของหวานจำพวกนี้จะมีขายอยู่ทั่วอีกทั้งประเทศญี่ปุ่น กล่องเล็ก 8 ชิ้นราคา 1,000 เยน

5 สถานที่เที่ยวเมียนมาร์ งดงาม ที่น่าประดวงใจกระทั่งไม่เคยทราบลืม

ทัวร์พม่า วันนี้จะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวประเทศพม่าหรือคนไหนที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวกับทัวร์เมียนมาร์ ซึ่งเมียนมาร์อย่างที่ทราบๆกันว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยพวกเรา ในประเด็นการท่องเที่ยวพม่าาเป็นประเทศที่นัหท่องเที่ยวหลายท่านถูกใจไปกันเยอะที่สุด เพราะว่าด้วยในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและก็ในเรื่องของราคาที่เป็นมิตรกับเงินในกระเป๋านั่นเอง ก็เลยทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมายที่เข้ามาท่องเที่ยวกัน และก็โดยมากที่คนชอบมาท่องเที่ยวตรงนี้กันก็คือวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวไทยที่ถูกใจมากมายราบไหว้พระที่ประเทศพม่า เพื่อขอโชคลาภ ขอพรกัน สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาดในประเทศประเทศพม่า 1. มัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่กลางเมืองมัณฑะเลย์ สูงมากขึ้นมาจากธรรมดา 236 เมตร เป็นจุดสำหรับชมวิวที่งดงามที่สุดรวมทั้งเห็นเมืองมัณฑะเลย์ได้เกือบจะทั้งหมด ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมอยู่เสมอเวลา ภานในมีสถานที่สำคัญๆเป็นต้นว่า วิหารใส่พระบรมสารีริกธาตุ ตามตำนานได้เล่าว่าที่ที่นี้จะรุ่งเรืองรุ่งเรืองด้วยพุทธศาสนา และเป็นแบบนั้นจริงๆดังที่ตำนานได้กล่าวไว้ 2. วัดเมห์นู อ๊อกคยัง วัดที่นี้สร้างด้วยก้อนอิฐด้วยปูนซึ่งจะมีความไม่เหมือนจากวัดอื่นๆในตรงนี้ ผู้ที่สร้างวัดนี้ก็คือ พระนางเมห์นู มเหสีของพระผู้เป็นเจ้าบาจีดอ หรือ พระผู้เป็นเจ้าจะกายแมง พระนางเมห์นู นางมีส่วนสำคัญสำหรับเพื่อการสร้างประวัติศาสตร์ของเมียนมาร์ในวงศ์สกุลโกนบอง แล้วก็พระนางนี้เองที่มีส่วนสำคัญต่อการล่มสลายของระบอบราชาธิปไตยของประเทศพม่าเช่นกัน หรือเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศพม่าเสียเมืองหลายเมืองให้กับอักฤษนั่นเอง 3. เจดีย์กองมูดอว์ ผลิตขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1636 โดยพระผู้เป็นเจ้าตาหลู่น เจดีย์มีลักษณะเหมือนทรงครึ่งวงกลมคว่ำ เป็นศิลป์ในแบบของชาวสิงหลหรือเรียกอีกอย่างว่า เจดีย์ทรงลังกา องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร เหตุเพราะทรงเจดีย์ค่อนข้างจะผิดตาคล้ายกับนมของหญิงสาว ก็เลยเป็นสาเหตุของชื่อ เจดีย์นมสาว ซึ่งในตอนนี้ตัวเจดีย์มีการซ่อมใหม่แล้วก็ถูกทาให้เป็นสีทองคำทั้งปวงเพื่อความงดงาม 4.